Pimploy 的个人资料♥ P i m p l o y ♥照片日志列表 工具 帮助

日志


11月21日

ไฟแห่งฝัน...

21-11-2006

วันนี้อ่าน a day story ครั้งที่สองได้ครึ่งเล่มแล้ว

อ่านครั้งแรกสร้างแรงบันดาลใจ แต่อ่านครั้งนี้จุดไฟแห่งฝันที่มอดไว้ไปนานขึ้นมาอีก

ฉันจบวารสารศาตร์โดยตรง แต่ไม่เคยได้ทำงานตรงสาย

ตอนเรียนฉันมีความสุขกับการเขียน การถ่ายรูป รวมไปถึงการทำหนังสือ

ฉันเข้าอบรมนักเขียนจากสำนักพิมพ์ต่างๆอยู่บ่อยๆ

ได้รับแนวในการเขียนสารคดีจาก พี่เกี๊ยง-นันทขว้าง ตอนไปอบรมนักเขียนสารคดี

ได้ความรู้จาก พี่จุ้ย ตอนเชิญพี่จุ้ยมาเป็นวิทยากรวิชาสัมมนาช่วงปีสุดท้ายในมหาลัย

ได้อะไรหลายๆอย่างจากการเรียนในสาขาวิชาที่ชอบ

แต่การทำงานไม่ได้เป็นอย่างที่หวังไว้

ฉันสมัครงานในกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์และนิตยสารหลายฉบับ

แต่ไม่มีการตอบรับ.... ไฟในการทำงานหนังสือเริ่มมอดไป

งานแรกที่ฉันได้ทำงานอย่างเต็มตัวคือในบริษัทสื่อสารยักษ์ใหญ่สีฟ้า

เป็นงานที่บังเอิญไปทำ ไม่ได้ตั้งใจ แต่บังเอิญว่าทำได้ค่อนข้างดี

ทำฝ่าย Dept Analysis ก็ดีอยู่เหมือนกันทำไปได้ 2 ปี ก็เบื่อแล้วก็ออก

อยู่เฉยๆอยู่ 1 เดือนเต็มๆ เดินทางท่องเที่ยวไปทั่ว

แล้วก็มาทำงานที่ปัจจุบัน.... ไม่ตรงสายที่จบอีกเช่นเคย

ใจจริงอยากทำตามฝันให้ได้ แต่รู้สึกว่าตัวเองยังมีความกล้าไม่พอ

กลัวผลงานที่ส่งไปไม่ดี ไม่ถูกใจ ไม่เป็นที่ยอมรับ

ฉันยังคงทำงานที่คิดว่าเหมาะสมกับฉันมากกว่าที่จะทำงานตามแรงบันดาลใจ

ไฟฝันกำลังจะค่อยๆมอดหมดไป ถ้าไม่ได้อ่าน a day story รอบที่สอง

ขอบคุณทุกตัวหนังสือที่พี่โหน่งทำให้หนูรู้ว่า...

การทำตามความต้องการของตัวเอง ตามแรงบันดาลใจแห่งไฟฝันเป็นอย่างไร

.............

ความต่างของเรา

20-11-2006

เคยรู้สึกว่าตัวเองเหงา แต่ตอนนี้ไม่เหงาแล้ว

เคยรู้สึกว่าตัวเองไม่สบายใจ แต่ตอนนี้สบายใจดีแล้ว

เคยรู้สึกว่าตัวเองอยู่คนเดียว แต่ตอนนี้มีคุณอยู่ข้างๆเวลาจะทำอะไร

การนำหัวใจมาใกล้ชิดกัน เริ่มต้นความสัมพันธ์กันอีกครั้ง

ยังเป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจและปรับตัวหลายอย่าง

คุณยังเป็นที่รักของบรรดาสาวๆ ฉันยังเป็นเด็กอ้วนอารมณ์ดี

เพลย์บอยกับเด็กอ้วนมารักกัน

รักกันเพราะอะไร????

ความดีชนะอธรรมทั้งมวล

กอด

14-11-2006

การกอดทำให้สุขภาพดี

การกอดทำให้เกิดความรู้สึก

การกอดทำให้ลดความรู้สึกสั่น

การกอดทำให้นอนหลับ

การกอดหอมหวานโดยธรรมชาติ

การกอดช่วยสร้างพลัง

การกอดช่วยลดความรู้สึกกดดัน

และแน่นอนที่สุด

การกอดถูกสุขลักษณะ 1000%

ไม่มีมลพิษ และที่สำคัญรับคืนได้ตลอดเวลา

Thanks for your big hug babe...

กำแพง

13-11-2006

ตีแบตเมื่อวันก่อนส่งผลให้เมื่อยล้ามาจนถึงวันนี้

เมื่อวานกลัวว่าจะปวดเนื้อปวดตัวมากกว่าเดิม

เลยตัดสินใจวิ่งรอบสนามบาสหน้าคอนโดซะ5รอบ

อาบน้ำแต่งตัวออกไปทานข้าวเย็นกับคุณที่ร้านเดิม

ความไม่เข้าใจก่อตัวขึ้นเงียบๆอีกละลอก

คนเรามาจากพื้นฐานครอบครัวต่างกัน การเลี้ยงดูจึงต่างกัน

ฉันเป็นคนโกรธแล้วไม่พูด เงียบ เฉยชา ผิดจากตัวตนจริงๆ

คุณเป็นคนโกรธแล้วต้องพูดต้องระบาย

แต่เมื่อวานเราสองคนต่างคนต่างเงียบ

เงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน (เว่อร์ไป)

บรรยากาศดีขึ้นหลังจากมีรถเมลล์ตัดหน้า

บทสนทนาแรกของการเจอครั้งนี้จึงเริ่มขึ้น

................

ความเงียบเสมือนกำแพง

เป็นกำแพงที่จะแยกเราสองคนให้ห่างกัน....

เหนื่อยใจ.. แต่ไหวอยู่

7-11-2006

วันนี้ทำอะไรก็หงุดหงิดไปหมด ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว

อะไรที่คิดไว้ก็ไม่เป็นอย่างที่ตั้งใจไว้ หรือเพราะเราคาดหวังมากไป

จะไปเรียกร้องอะไรจากใครได้ล่ะเนี่ยะ...

ในเมื่อตัวเราเองยังไม่ชอบถูกเรียกร้องจากผู้อื่นเลย

ความอึดอัดใจเกิดขึ้นบ่อยๆ อยากพูดอะไรออกไปบ้าง

แต่กลัวว่าจะเสียมิตรภาพที่เคยมีระหว่างเราและเพื่อนไป

อึดอัดนะ.. น้ำท่วมปาก

คนเราเกิดมาไม่เหมือนกัน ฉันไม่เหมือนเขา และเขาก็ไม่เหมือนฉัน

บางคนก็ยังทำตัวไม่ดีเช่นเดิม อโหสิกรรมให้แล้ว

ยังไม่เลิกนิสัยไม่ดี ไปทำเลวกับคนอื่นๆที่เค้าไม่รู้อิโหน่อิเหน่อีก

พอซะทีเถอะ มันไม่ใช่นิสัยแล้วใช่มั้ย มันคือสันดาน

..........

เหนื่อยแบบไม่เคยรู้สึกมาก่อน หรือเพราะเราทำงานมากไป

ทำงานให้ลืมไง... ลืมบางอย่างและลบในสิ่งที่ไม่ควรจำออกซะที

เก็บอะไรเล็กน้อยมาครุ่นคิด คิดไปซะทุกเรื่อง

ความสุขหาได้รอบๆตัว ใครเคยบอกไว้

แต่รอบตัวตอนนี้ไม่ค่อยจะสุขเท่าไหร่ หาไม่เจอ...

ทะเลาะกันด้วยเรื่องขี้ประติ๋ว.. เธอไม่เข้าใจฉัน ฉันไม่เข้าใจเธอ

ต้องพยายามกันอีกสักกี่ครั้งถึงจะพอ

หน่ายความสัมพันธ์ระหว่างเราในบางครั้ง

เหนื่อยงานแล้วยังจะมาเหนื่อยใจอีก

เหมือนว่าวันนึงตื่นมาเพื่อหายใจทิ้งไปวันๆ

เหนื่อยใจนะ... แต่ไหวอยู่

กทม.

5-11-2006

อากาศเย็นลงอีกหน่อยนึงแล้ว

กรุงเทพหมอกลงเมื่อเช้านี้

ลมหนาวปะทะใบหน้า

ความคิดถึงปะทะหัวใจ

กลัว

4-11-2006

วางหัวใจไว้ที่เดิม

ไม่มีใครรู้ถึงอนาคต

ความกลัวไม่ก่อประโยชน์

กล้าเผชิญกับความจริง

รักคุณจัง

ลมสงบ

1-11-2006

คุยกับคุณเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างความรู้สึก

คิดถึงคนจนล้นหัวใจ....

ก่อนวางสายคุณบอกว่า "คิดถึงนะ"

หัวใจเต้นระรัว

แด่คุณ..กับความคิดถึงที่ไม่มีที่ไป

31-10-2006

"ความคิดถึงมันทำร้ายหัวใจ"

การตัดสินใจทำอะไรไปตอนนี้

ฉันทำอยู่ตอนนี้ก็ไม่สบายใจเท่าไหร่หรอก

ฉันไม่รู้ทำถูกหรือป่าว แต่ก็ต้องทำ

ฉันเอาตัวเองไปผูกกับชีวิตของคนอื่นมากไป

จนสูญเสียความเป็นตัวเอง

ไม่รู้ตอนนี้คุณมีความสุขไหม

เพราะถ้าฉันมีความสุข คุณอาจจะไม่มีความสุขก็ได้

คิดถึงจนเหนื่อยและท้อ ไม่มีแรงแม้จะลุกขึ้นมาร้องไห้

คิดถึง-คิดถึงคุณ

รู้อยู่ว่าทำอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้

แด่.. คุณ

แด่.. ความคิดถึงที่ไม่มีที่ไป
 
.....
 
31-10-2006 19.50น.

เสียใจซ้ำซาก

น้ำตาไหลกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง

หัวใจอ่อนไหว ไม่แข็งแรง

เหมือนที่คำพูดที่พูดออกไป

เพ้อ

29-10-2006

รู้ว่าเค้าไม่มีใจก็ยังจะเพ้ออยู่ได้

สมน้ำหน้าตัวเอง เจ็บแล้วไม่รู้จักจำ

กลับมาอยู่กับความเป็นจริงได้แล้ว

เลิกคุย จะได้เลิกฝัน

อย่าไปไขว่คว้าอะไรที่มันเกินตัวเลย

กลับมาหาคนของเรา คนที่รักเราซะที

ปล.ฤดูที่ฉันเริ่มชอบกิ๊ก

...........
 
เสียความรู้สึก

เหงา

เบื่อ

คิดถึง

เคยเหงาไหม???

28-10-2006

เช้านี้อากาศในกรุงเทพเย็นลงอีกหน่อย

สังเกตได้จากหมอกที่หนากว่าทุกวัน

หมอกลงมากขนาดนี้เวลามองฟ้าสีส้มอ่อนตอนเช้า

มันทำให้รู้สึกได้ทันทีถึงความเหงา

เคยเหงาไหม???

ฉันเป็นบ่อยเชียวแหละ

อยากเจออยากคุยกับคนนั้นคนนี้ไปทั่ว

แต่พอถึงเวลานั้นจริงๆเราก็หลอกตัวเองต่อไปไม่ได้

รู้ถึงความต้องการของหัวใจ

ก็ต้องหยุดวิ่งตามหาและกลับมาอยู่กับตัวเอง

และความเหงาเช่นเคย.....

ความเหงาไม่เคยจากเราไปไหน

อยู่ที่ว่า... เราจะเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันอย่างไรไม่ให้เจ็บปวด

................................................

"ไอ้ดำ" กลับมาแล้ว

มันสดใสขึ้นมาก หลังจากกลับจาก รพ.สัตว์

เมื่อเช้าแวะเอาข้าวให้มันกินกับนม 1 กล่อง

มันดีใจ ร้อง หงิงๆๆๆ

ดีใจที่แกไม่เป็นอะไรมากนะ "ไอ้ดำ"

โลกของคนตาบอด

27-10-2006

วันนี้รีบเร่งเป็นพิเศษ เนื่องจากตื่นสายมากๆ

เดินบนสะพานลอยที่อนุสาวรีย์

กะลังจะไปขึ้นรถเมลล์ เราเดินแซงคนตาบอดไป

เราได้ยินเสียงไม้เท้าเค้าฟาดไปกับราวบันได

เราก็เลยเดินย้อนกลับไปถามเค้าว่าเค้าจะไปไหน

เค้าจะไปพญาไทพลาซ่า เราเลยบอกว่าเดินไปด้วยกันนะคะ

เพราะจะไปทางนั้นเหมือนกันเค้าก็จับแขนเรา แล้วบอกเราว่า

ถ้าเกาะแขนแบบนี้พี่จะเดินถนัดไหม (เค้าเกาะแขนเราแบบแฟน)

เพราะถ้าเดินจูงมือ เค้าจะไม่รู้ว่าเราจะเดินเลี้ยวซ้ายหรือขวา

เราก็พาเค้าเดินไป พาขึ้นรถมาพร้อมเรา คุยกันไปเรื่อยๆ

เรื่องการใช้ชีวิตในสังคม การเรียน สัพเพเหระ

เลยทำให้เรานึกถึงคุณปฏิการ เลขาฯกองของ อะ เดย์

คนนั้นเค้าก็ตาบอดเหมือนกัน เลยเข้าใจว่าโลกของคนตาบอดเป็นยังไง

การสร้างความสุขให้กับตัวเองด้วยการทำความดีเล็กๆน้อยๆ

ก็ทำให้เรายิ้มไปได้ทั้งวันแล้ว

คนดีกับคนที่เธอรัก

26-10-2006

ฉันเพียงแค่อ่อนไหวกับใครที่ผ่านเข้ามา

แต่ไม่อ่อนแอแน่นอน

ฉันเพียงแค่เหงาที่เค้าไม่อยู่

จึงรับใครบางคนเข้ามาโดยไม่รู้ตัว

พอแล้ว...

อย่าทำดีต่อไปเลย

เป็นคนดี กับ เป็นคนที่เธอรัก

คุณจะเลือกข้อไหน???

อากาศ

26-10-2006

คำตอบ..

เจ็บใจไปหมด

ชา...

เสียใจ

ร้องไห้

ฟูมฟาย

คิดถึง

เหนื่อย

โกหก

หลอกลวง

ทำดี

เหงา

เพียงเพราะใจฉันไม่แข็งแรง

ฉันทำดีก็เท่านั้น

มันก็แค่อากาศ

อยู่ที่ไหนความรัก


คำถามที่ไม่อยากตอบ

25-10-2006

อย่าถามเลยว่ารู้สึกอย่างไร

ไม่มีคำตอบให้

ในเมื่อคุณจะได้รับคำตอบหรือไม่ได้รับคำตอบ

ทุกอย่างระหว่างเรายังคงดำเนินไปเช่นเดิม

ไอ้ดำ

23-10-2006

"ไอ้ดำ"

หมาหน้าคอนโดที่ฉันเจอมันทุกวัน

ซื้อขนมปังให้มันบ่อยๆ แต่ต้องแอบให้เพราะหมาตัวอื่นชอบมารุมมัน

ไอ้ดำดีใจทุกครั้งเวลาเจอฉัน ไอ้ดำไม่สู้หมาหมู่ตัวอื่นๆ

ตอนเช้าก่อนออกไปทำงานไอ้ดำกระดิกหางให้

ตอนมืดๆกลับมาจากทำงานไอ้ดำนอนหลับอยู่หน้าโต๊ะยาม

เมื่อเย็นเจอไอ้ดำนอนซม

เลือดออกปาก ดูไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

ตกใจ... ทำอะไรไม่ถูก

ป้าร้านซักผ้าบอกว่าให้หลานชายไปตามสัตวแพทย์มาแล้ว

ไอ้ดำน้ำตาไหล ฉันเข้าไปจับตัวมัน น้ำตาจะไหลตามไอ้ดำ

สงสารมันจับใจ หลานป้ามาแล้ว แต่หมอให้คนมาเอามันไปที่ร้าน

ทุกคนอุ้มไอ้ดำขึ้นรถกะบะไปร้าน

ฉันรอข่าว.... ไอ้ดำ

กลับขึ้นคอนโด ใจห่อเหี่ยว

ลงมาหาอะไรกิน ป้าร้านซักผ้าบอกว่า หมอบอกว่าไอ้ดำเป็นมะเร็ง

มะเร็งในสุนัข คล้ายๆกับโรคเอดส์ในแมว

ป้าไม่พูดอะไรมาก ฉันให้เงินช่วยค่ายาไอ้ดำไป300บาท

ป้ามองหน้าบอกไม่เป็นไร ฉันเอาเงินให้ป้าอีกครั้ง แกรับไป

ไอ้ดำ.. ตั้งแต่ฉันมาอยู่คอนโดก็เจอแกมาตลอด

แกอาจจะไม่ได้สำคัญกับฉันเท่าหมาของฉันที่นครสวรรค์

แต่แกก็เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันฉันไปแล้ว

ไอ้ดำ.. ฉันเรียกแกตามสีขน ไม่เคยรู้ว่าแกชื่ออะไร

แกอย่าตายนะ

โปสการ์ด

21-10-2006

เมื่อวานได้โปสการ์ดจากคุณ ไม่คิดว่าคุณจะส่งมา

คุณไปญี่ปุ่นเกือบ 3 อาทิตย์แล้ว เราห่างกันเพราะทะเลาะกันก่อนคุณไป

แต่ในความห่างฉันกลับคิดว่ามันทำให้ฉันรู้สึกตัวเองมากขึ้น

กลับมาอยู่กับตัวเอง ได้คิดอะไรมากกว่าที่เป็นอยู่

ฉันเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง เขียนไว้ว่า

"การมีความรักเป็นเรื่องยาก แต่การรักษาความสัมพันธ์นั้นยากยิ่งกว่า"

ความสัมพันธ์ของฉันกับคุณเกิดขึ้นมาเมื่อ 2 ปีก่อน

เราลุ่มๆดอนๆกันมาเรื่อย ฉันเดินออกจากชีวิตคุณไปเจอคนอื่นๆ

แล้วเราก็กลับมาคบกัน สับสนกันอยู่พักใหญ่

จนกระทั่งต้องตามหาหัวใจตัวเองให้เจอถึงจะรู้ตัว

ไกลกันแบบนี้ก็รู้สึกเหมือนกันนะ คุณคิดถึงฉัน-ฉันคิดถึงคุณ

เห็นคุณค่าของกันและกันมากกว่าเดิม

คิดถึงคุณค่ะ รอคุณกลับมา

ความคิดถึง

23-10-2006

วันนี้ฉันยังรอการกลับมาของคุณเหมือนเดิม
รู้สึกได้ว่าชีวิตประจำวันผ่านไปอย่างน่าเบื่อ
ความเหงากลับมามีอิทธิพลต่อระบบการทำงานของหัวใจอย่างรุนแรง
จะไม่กังวลหากเราสองคนไม่ทะเลาะกันก่อนคุณไปญี่ปุ่น
กังวลที่ต้องห่าง กลัวใจจะเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม
ความเชื่อมั่นกลับมาหลังจากคุณไปได้เกือบอาทิตย์
คุณส่งโปสการ์ดกลับมาหา ดีใจที่คุณยังไม่ลืมกัน
คุณโทรกลับมาเช้าอีกวัน เพื่อถามถึงความรู้สึกระหว่างเรา
น้ำตาไหลไม่รู้ตัว
คิดถึงคุณจัง..... ด่าลิ๊ง จุ๊บๆๆๆ

...............

เคยรักเธอมาอย่างไร

ในตอนนี้หัวใจก็เป็นอย่างนั้น

แม้อาจมีบ้างที่ห่างกัน

แต่ความห่วงหาจากฉันไม่เคยห่างตาม

เคยคิดถึงเธออย่างไรก็เช่นเดิม

ตอบได้ว่ารักของฉันพูนเพิ่มทุกครั้งที่เธอถาม

ความรู้สึกที่มีคือความผูกพันดีๆที่งดงาม

เธอคือทุกโมงยาม ของความรักและความเข้าใจ